香蜜沉沉烬如霜 Free download ↠ PDF DOC TXT eBook or Kindle ePUB free

Free read Ì PDF, DOC, TXT, eBook or Kindle ePUB free ï 电线 (Dian Xian)

香蜜沉沉烬如霜??งทุกสิ่งแม้กระทั่งตำแหน่งที่สูงที่สุดบนสรวงสวรรค์รักจนยอมลงนรกอเวจี รักจนกระทั่งโดนเสียบแทงทะลุหัวใจก็ยังตัดใจไม่ขาดครั้งหนึ่งเขาเคยลั่นวาจ?. โปรยปกเล่ม2 เขา คือพญาวิหคเพลิงผู้หยิ่งยโส เขาไม่ เคยมองสิ่งใดที่มีค่าเล็กน้อย แต่เขากลับรักองุ่นน้อยลูกหนึ่ง รักมาก จนยากจะหายาแก้ รักเรื้อรังจนยอมสละแล้วซึ่งทุกสิ่งแม้กระทั่งตำแหน่งที่สูงที่สุดบนสรวงสวรรค์ รักจน ยอมลงนรกอเวจี รักจนกระทั่งโดนเสียบแทงทะลุหัวใจก็ยังตัดใจไม่ขาด ครั้ง หนึ่งเขาเคยลั่นวาจาว่า ‘หากเจ้าบอกว่ารักข้า ข้าจะฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้ พูดครั้งหนึ่งลงดาบครั้งหนึ่ง’ เพราะ เขารู้ดีว่า หากนางพูดออกมาจริงๆ เขาคงไม่อาจตัดใจปล่อยนางไปได้เล่ม2 พระยูไลกล่าวว่าโชคชะตาตนเองเป็นผู้กำหนด รูปลักษณ์เกิดจากจิตใจ ใจนิ่งเสียสรรพสิ่งก็จักนิ่ง พระยูไลวางขี้ธูปลงบนกำมือจิ่นมี่แล้วกล่าว ความรักเป็นสาเหตุให้เกิดความทุกข์ ความรักเป็นสาเหตุให้เกิดความกลัว หากหลีกหนีความรักได้ ก็จักไม่ทุกข์แล้วก็ไม่กลัว หวังว่าธูปนี้จะช่วยให้เจ้าพ้นเคราะห์กรรม จิ่นมี่ไม่เข้าใจที่พระยูไลกล่าว พอกลับมาก็ยังเจอกับเฟิ่งหวงที่อารมณ์แปรปรวน จิ่นมี่ไม่เข้าใจว่านั้นคือการงอน ส่วนเฟิ่งหวงก็ใช้ซุ่ยเหอคิดจะทำให้จิ่นมี่หึง แต่จิ่นมี่จะไปรู้เรื่องอะไร ในเมื่อตอนนี้จิ่นมี่ไม่รู้จักความรัก แต่พอได้ยินว่าเฟิ่งหวงบาดเจ็บ การกระทำก็ไวกว่าความคิด รีบไปหา และรู้สึกเหมือนมีเพลี้ยกัดกินจิตใจ จิ่นมี่ไม่รู้เลยว่านี่คือความรู้สึกของเจ็บปวดเมื่อเห็นคนที่รักบาดเจ็บ จิ่นมี่ดูแลเฟิ่งหวงทั้งคืน จนตอนเช้าเฟิ่งหวงก็กล่าวว่า ที่จริงแล้วในใจของเจ้าก็มีข้าอยู่ใช่ไหมล่ะ ส่วนเซียนปลาน้อยก็รอคอยการมาของจิ่นมี่พร้อมกับมารฝัน ที่จิ่นมี่สอนให้แกล้งตาย วิชาเอาตัวรอดของนางเอง สรวงสวรรค์กำหนดวันแต่งงานของจิ่นมี่กับเซียนปลาน้อยลุ่นอวี้แล้วคือวันที่แปดเดือนสาม คืนนั้นจิ่นมี่ไปหาเฟิ่งหวง และได้ร่วมคืนวสันต์ด้วยกัน เหตุการณ์นี้ลุ่นอวี้ก็รู้เพราะมารฝัน แต่กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่ก็เป็นอีกข้อที่แตกต่างของเฟิ่งหวงกับลุ่นอวี้ ที่มีแผนการมากมาย จิ่นมี่ที่ไม่ทันใครจะไปเข้าใจอะไรได้ เฟิ่งหวงแสดงความจริงใจ แต่จิ่นมี่ก็ไม่เข้าใจอันนั้นต้องใช้เวลา เพราะมันอยู่ในใจอยู่แล้ว เรื่องราวจะค่อยๆเผยออกมาในภายหลัง ตอนนี้เซียนปลาน้อยได้รู้แล้วก็บอกกับจิ่นมี่ถึงเรื่องราวของตัวเองในอดีต ว่าตัวเองแตกต่างจากฝูงปลาไน แต่ก็ยังพยายามทำตัวให้กลมกลืน จนกระทั่งรู้ความจริงว่าตัวเองเป็นมังกรขาวที่อยากเป็นปลา จิ่นมี่บอกว่านางก็เหมือนกัน คิดว่าเป็นองุ่นจริงๆแล้วเป็นเกล็ดน้ำค้างแข็ง เซียนปลาน้อยขอจิ่นมี่เพียงรักข้าน้อยข้าไม่ว่า แต่ขอให้รักข้าไปนานๆ เฟิ่งหวงมาหาจิ่นมี่ ในเมื่อจิ่นมี่ไม่เข้าใจในรัก ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ไม่เข้าใจคำพูดขอทุกคน เฟิ่งหวงก็บอกว่าไม่ยอมให้จิ่นมี่แต่งงาน จิ่นมี่กลับบอกว่าทำลายงานแต่งงานต้องตกนรก เหมือนพูดกันคนละเรื่องซึ่งก็ใช่จริงๆ จากนั้นจิ่นมี่ก็ถูกฮองเฮาหลอกไปฆ่า เพราะทั้งหมดล้วนไปฟังธรรมเทศนาของพระยูไล จิ่นมี่ก็ไป กว่าจะรู้ตัวก็เกือบถูกฮองเฮาฆ่าไปแล้ว จากนั้นจึงแกล้งตาย คนที่มาช่วยจิ่นมี่เป็นคนแรกก็คือเฟิ่งหวง จากนั้นเทพวารี เซียนปลาน้อย เง็กเซียนฮ่องเต้ก็มา ทั้งที่รู้ว่าจิ่นมี่แกล้งตายแต่เซียนปลาน้อยไม่บอกใคร คิดจะใช้เทพวารีกำจัดฮองเฮา แต่เฟิ่งหวงรับเอาไว้แทน ทำให้ผิดแผนแต่ก็ได้ผลลัพธ์ที่พอใจ เง็กเซียนฮ่องเต้รู้ความจริงว่าฮองเฮากำจัดเทพธิดาบุปผาองค์ก่อน ก็เลยสั่งขังถอดยศฮองเฮา เฟิ่งหวงบาดเจ็บ จิ่นมี่รักษาตัวอยู่และได้เทพวารีดูแล และได้มอบดาบใบหลิวที่หลอมรวมตบะครึ่งหนึ่งเอาไว้ให้จิ่นมี่ป้องกันตัว จิ่นมี่คิดถึงเฟิ่งหวง จึงไปเยี่ยม แต่แทนที่จะเจอกลับพบกับซุ่ยเหอเฝ้าอยู่ เฟิ่งหวงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นจิ่นมี่ ซุ่ยเหอก็แอบอ้างตนเอง ภาพนั้นทำให้จิ่นมี่กลับไปด้วยความสับสน ต่อมาเฟิ่งหวงยังมาบอกว่ารู้ว่าจิ่นมี่มาหาตน แปลว่าเฟิ่งหวงเข้าใจผิดตอนที่จูบกับซุ่ยเหอ จากนั้นท่านขำก๊ากก็มาหาจิ่นมี่และบอกไม่ให้แต่งงานกับเทพรัตติกาล แต่จิ่นมี่ก็ไม่ได้แต่งงานในวันที่แปดเดือนสาม เพราะการจากไปของเทพวารี เง็กเซียนฮ่องเต้แต่งตั้งให้จิ่นมี่เป็นเทพวารีสืบต่อจากท่านพ่อและไว้ทุกข์สามปี เฟิ่งหวงและลุ่นอวี้บอกว่าจะหาตัวคนร้ายมาให้ได้ จิ่นมี่เฝ้าสุสานที่แดนบุปผา ทั้งวันอ่านกลอนรักที่นำมาจากท่านกามเทพ และหัดคักอักษรจากกลอนเหล่านั้น เฟิ่งหวงมาเยี่ยม พอเห็นนึกว่าเขียนกลอนรักหาใคร จิ่นมี่ไม่เข้าใจ แค่บอกว่ากระดาษดี เฟิ่งหวงขอก็มอบให้ เฟิ่งหวงดีใจมาก จิ่นมี่ขอให้เฟิ่งหวงไม่แต่งกับซุ่ยเหอ เฟิ่งหวงรับปาก พอถามถึงคนอื่น จิ่นมี่ก็บอกว่าไม่ดี เอ่ยชื่อใครก็บอกว่าไม่ดี เฟิ่งหวงดีใจมากบอกว่าจะแต่งกับนางคนเดียวแต่จิ่นมี่ฟังไม่เข้าใจหลอกนะ ส่วนเซียนปลาน้อยก็ยุ่งมาก จิ่นมี่เห็นเซียนปลาน้อยทำดีกับทุกคน เฟิ่งหวงรักจิ่นมี่ก็คอยมาเยี่ยมนางเสมอ จิ่นมี่มีความสุขแต่ตัวเองไม่รู้ตัว สามปีผ่านไป วันที่เจ็ดเดือนสามคืนก่อนวันแต่งงาน จิ่นมี่ตัดปลายผมฝากหิ่งห้อยนำไปมอบให้เฟิ่งหวง ตัดแล้วซึ่งเส้นผมสีนิล สายใยแห่งความรัก เพราะจิ่นมี่สัญญาว่าจะกตัญญูต่อท่านพ่อ ที่แท้ในงานแต่งงานเซียนปลาน้อยคิดก่อกบฏ เฟิ่งหวงรู้มานานจึงเตรียมการป้องกัน และปกป้องจิ่นมี่ แต่จิ่นมี่ผู้ไม่รู้เรื่องอะไร หลังจากได้ฟังความในใจของเซียนปลาน้อย ที่บอกว่าตนกตัญญูต่อมารดาที่ตายไป ที่โดนฮองเฮาฆ่าตาย พอจิ่นมี่ได้ยินคำพูดก็คิดถึงท่านพ่อ ที่ตนเข้าใจว่าตายด้วยน้ำมือของเฟิ่งหวงเพราะไฟกรกชโลกันตร์ที่มีเพี่ยวเฟิ่งหวงและฮองเฮาที่ใช้ได้ ไม่คิดว่ามีผู้อื่นใช้เป็น จิ่นมี่จึงแทงกริชที่เทพวารีเคยให้ไว้ไปที่เฟิ่งหวง เฟิ่งหวงถามเพียงคำเดียวว่าทำไม เจ้าเคยรักข้านี่ จิ่นมี่ตอบว่าไม่เคย พอเห็นเฟิ่งหวงสลายไปต่อหน้า จึงกระอักไข่มุกสีดำออกมาก่อนที่มันจะสลายไป และสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เฟิ่งหวงตายแล้ว เซียนปลาน้อยเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ ส่วนจิ่นมี่หลับไปครึ่งปี เมื่อนางคิดได้ว่าเฟิ่งหวงตายแล้ว ก็เจ็บที่อกอย่างประหลาด บอกว่าใจข้าหล่นหาย ข้าทำมันหายไปแล้ว จิ่นมี่คิดว่าตนต้องมนตร์คุณไสย พอตื่นอีกทีก็เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว จิ่นมี่มาหาท่านไท่ซ่างเหล่าจวินขอยาเม็ดสีทองที่ช่วยยืดอายุของเทพ ไท่ซ่างเหล่าจวินขอคิดดูก่อนเพราะกว่าจะกลั่นยาออกมาได้สามเม็ดใช้เวลาสามพันหกร้อยปี เซียนปลาน้อยรู้เรื่องก็บอกจะไปพูดให้ พอกลับมาท่านไท่ซ่างเหล่าจวินบอกว่าจะมอบให้ถ้าจิ่นมี่เอาพลังหกส่วนของตัวเองมาแลก จิ่นมี่ตกลงทันที หลังจากได้ยาเม็ดสีทองจิ่นมีก็ไปที่แม่น้ำลืมอดีต นางคิดเสมอว่าเฟิ่งหวงยังอยู่ พอท่านปู่พายเรือบอกว่าไม่เคยเจอเฟิ่งหวง จิ่นมี่ไม่ละความพยายามลุยลงในแม่น้ำเพื่อมองหาดวงวิญญาณของเฟิ่งหวง จนเซียนปลาน้อยมาพาไปก่อนที่แม่น้ำลืมอดีตจะกลืนกินดวงวิญญาณของนางไปด้วย จิ่นมี่พูดเพียงว่า ขอเพียงเขาฟื้นคืนมาก็สามารถแก้มนตร์นี้ได้ สิบปีผ่านไปนอกจากการไปแม่น้ำลืมอดีต จิ่นมี่อยู่ในห้องวาดภาพเฟิ่งหวงทั้งหมดหมื่นแผ่น จนกระทั่งมาที่แม่น้ำลืมอดีตอีกครั้ง ครั้งนี้ท่านปู่บอกว่าช่วงนี้มีคนแต่งกายโดดเด่น พอเอ่ยมาจิ่นมี่ก็รู้ว่าเป็น ซุ่ยเหอ คราวนี้จิ่นมี่ตามซุ่ยเหอไป ในที่สุดก็รู้ว่าซุ่ยเหอและเปี้ยนเฉิงอ๋องที่หก ได้เก็บวิญญาณของเฟิ่งหวงไว้ได้ เพราะเฟิ่งหวงเป็นวิหคเพลิง จิ่นมี่จึงเอายาเม็ดสีทองมาช่วยเฟิ่งหวง แต่พอเฟิ่งหวงฟื้นซุ่ยเหอก็มารับความชอบไปว่าตนเป็นคนช่วยเฟิ่งหวง อีกครั้งแล้วสินะ คราวนี้จิ่นมี่ก็จะแอบหนีมาดูเฟิ่งหวงที่แดนปีศาจ เฟิ่งหวงตั้งตนเป็นจอมมาร ตอนที่จิ่นมี่แอบหนีมาที่แดนปีศาจจะปลอมตัวเป็นกระต่าย คอยแอบมอง นึกว่าคนไม่รู้แต่จริงๆแล้วทุกคนเห็นแต่ไม่สนใจ ทุกคนบอกว่าจิ่นมี่รักเฟิ่งหวงแต่จิ่นมี่ไม่เข้าใจ ในที่สุดก็รู้ความจริงว่ารักคืออะไร และทำไมตนถึงไม่มีความรู้สึก จิ่นมี่ต้องการพิสูจน์จึงไปที่แดนปีศาจเห็นเฟิ่งหวงกำลังเมา ก็คิดถึงครั้งที่เฟิ่งหวงเมาว่าจะจำไม่ได้ เฟิ่งหวงเอาแต่บอกว่าน้ำดื่ม จิ่นมี่ป้อนน้ำแต่ไปๆมาๆกลับกลายเป็นตกเป็นของเฟิ่งหวงอีกครั้ง พอเฟิ่งหวงเอ่ยว่าซุ่ยเหอ จิ่นมี่จึงรู้ว่าตนเข้าใจผิดไปเอง เพราะเรื่องนี้ทำให้จิ่นมี่เสียใจมีน้ำตา เดินมาเรื่อยเปื่อยจนถึงแดนบุปผาหน้าสุสานของเทพวารี เหล่าหูและท่านกามเทพมาเจอ ในที่สุดก็บอกว่าจิ่นมีจะมีความรู้สึกได้ยังไง และเล่าเรื่องยาเม็ดดาวตก ยาไร้รักให้จิ่นมี่ฟัง พอรู้ตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร เขาสังหารท่านพ่อ นางสังหารเขา จิ่นมี่ไม่มีที่ไปต้องกลับสวรรค์ ในที่สุดก็รับปากแต่งงานกับเซียนปลาน้อย ระหว่างที่เดินเรื่อยเปื่อยไปเจอท่านขำก๊ากที่ประตูสวรรค์ จิ่นมี่เห็นซุ่ยเหอ จึงตัดสินใจตามไปดู ที่แท้ ความจริงแล้ว เซียนปลาน้อยรู้ว่าซุ่ยเหอสังหารท่านพ่อแต่ปิดบัง ให้จิ่นมี่คิดว่าเป็นเฟิ่งหวง ส่วนเรื่องเฟิ่งหวงแม้จะฟื้นคืนมา แต่ในตัวยาเม็ดสีทองเซียนปลาน้อยได้ใส่ตัวยาเพิ่มเข้าไป ทำให้พลังสะท้อนกลับ ในที่สุดจิ่นมี่ก็รู้เรื่องทั้งหมด จึงได้ไปขอโทษเฟิ่งหวง และบอกความจริง เฟิ่งหวงไม่ฟังหาว่าจิ่นมี่แกล้งทำ จิ่นมี่บอกว่ารักเฟิ่งหวง จากนั้น เซียนปลาน้อยก็ยกทหารสวรรค์มา จิ่นมี่รู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ ทำให้คิดถึงคำพูดของพระยูไล ตอนนั้นเองที่จิ่นมี่คิดได้ว่าเซียนปลาน้อยทำอะไรกับยาของเฟิ่งหวงและได้บอกไป ทำให้เซียนปลาน้อยคิดกำจัดเฟิ่งหวง จิ่นมี่เห็นเอาตัวมาบังตอนนั้นเฟิ่งหวงก็ปล่อยพลังเข้าใส่เซียนปลาน้อยเช่นกัน ทำให้ทั้งสองคนไม่เป็นอะไรแต่จิ่นมี่เป็นคนที่สลายไปพร้อมกับที่มือมีแสงสีทองเกิดขึ้น จิ่นมี่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จำไม่ได้ รู้แต่ว่าอยู่ในดวงตาของชายผู้หนึ่งที่เรียกว่าจอมมาร เห็นทุกสิ่งที่เขามอง ฟังแต่ไม่เข้าใจ ในที่สุดก็รู้ว่าจริงๆแล้วเฟิ่งหวงรู้ทุกอย่างแต่แก้ทำเป็นไม่สนใจจิ่นมี่ แต่มาตอนนี้ก็สายไปแล้ว เฟิ่งหวงไปหาพระยูไล พระยูไลเข้าใจทันใด กล่าวว่าอยู่ใกล้แค่ตา ที่ที่ดวงตาทอดไปถึง หัวใจก็มองเห็น สิ่งที่เจ้ามองเห็นก็คือสิ่งที่นางจ้องอยู่ เซียนปลาน้อยมาหาเฟิ่งหวงเอากระดาษที่จิ่นมี่วาดไว้มาให้ในที่สุดทั้งสองก็กล่าวว่าไม่จองเวรต่อกัน จิ่นมี่สบายใจยิ่งนัก เพราะได้ยินทุกสิ่ง เห็นทุกอย่าง เมื่อเฟิ่งหวงเห็นสิ่งที่จิ่นมี่วาดไว้ก็พูดความในใจออกมาทั้งหมด สุดท้ายก็หลั่งน้ำตา ทำให้จิ่นมี่ที่เป็นน้ำตาร่วงหล่นลงมา ห้าพันปีต่อมาในที่สุดจิ่นมี่ก็ได้มาเกิดอีกครั้ง และครั้งนี้เฟิ่งหวงก็มารับนางไปอยู่ด้วยกัน เมื่ออยู่ด้วยกัน เฟิ่งหวงจะต้องรอให้จิ่นมี่ขอตบะ เพื่อดูว่านางรักเขา ส่วนจิ่นมี่จะร้องขอตบะเพื่อพิสูจน์ว่าเขารักนาง ในบางครั้งคำว่ารักก็เรียบง่ายเพียงนี้เอง หลังอ่านเล่ม2 จะเห็นว่าจิ่นมี่ที่ไม่รู้เรื่องราวของความรัก ที่ดำเนินชีวิตเรื่อยมา ถึงที่สุดแล้วก็ต้องรู้ว่าจริงๆแล้วนางก็รู้จักความรัก และความเสียใจ เนื้อเรื่องเข้มข้นมากกว่าเล่มหนึ่ง มีทุกอารมณ์รัก เศร้า ผิดหวัง โกรธ อ่านจนจบเรื่องจะเข้าใจทั้งเฟิ่งหวงและจิ่นมี่อย่างแท้จริงหลังอ่านเล่ม2 จะเห็นว่าจิ่นมี่ที่ไม่รู้เรื่องราวของความรัก ที่ดำเนินชีวิตเรื่อยมา ถึงที่สุดแล้วก็ต้องรู้ว่าจริงๆแล้วนางก็รู้จักความรัก และความเสียใจ เนื้อเรื่องเข้มข้นมากกว่าเล่มหนึ่ง มีทุกอารมณ์รัก เศร้า ผิดหวัง โกรธ อ่านจนจบเรื่องจะเข้าใจทั้งเฟิ่งหวงและจิ่นมี่อย่างแท้จริงหลังอ่าน จิ่นมี่ –ภูตองุ่น ร่างแท้จริงคือเกล็ดน้ำค้างแข็งที่อาศัยอยู่ในปราการแก้วแดนบุปผา ในชีวิตสี่พันปีที่กำเนิดมา ไม่เคยรู้จักเรื่องราวความรัก ความรู้สึกรัก นิสัยจึงซื่อตรง คิดถึงแต่การเพิ่มตบะเพื่อเป็นเซียนเท่านั้นทุกเรื่องที่เกิดขึ้นคือการเพิ่มตบะทั้งสิ่น แต่เพราะชะตาฟ้าลิขิตยากจะฝ่าฝืนยังไงก็ยังมีบททดสอบมาให้นางได้พบ ได้รู้จักเรื่องราวของความรักจนได้เฟิ่งหวง ซวี่เฟิ่ง – เทพอัคคีวิหค

电线 (Dian Xian) ï 2 Free read

เขาคือพญาวิหคเพลิงผู้หยิ่งยโสเขาไม่เคยมองสิ่งใดที่มีค่าเล็กน้อย แต่เขากลับรักองุ่นน้อยลูกหนึ่งรักมากจนยากจะหายาแก้ รักเรื้อรังจนยอมสละแล้วซึ?. ดีกว่าเล่มหนึ่งนิดนึง ช่วงดราม่าไม่รู้สึกตามเลยเหตุผลอ่อนไปหน่อย ดูงงๆ แต่ช่วงดราม่าคือช่วงพีคสุดของหนังสือแล้วนะทั้งเล่มสนุกแค่ตรงนี้เองไม่คิดว่าเป็นที่การแปลนะ คิดว่าเป็นที่ตัวเรื่องเองเลยและติดที่คำนำด้วยแหล่ะเอาไปเปรียบเทียบกับอีกเล่มที่ดังมากคือเล่มนั้นมันมีเงื่อนงำทับซ้อนอะไรเต็มไปหมดแบบต้องอ่านรอบสองอ่ะ ถึงจะเก็บหมดแต่เล่มนี้อย่าว่าแต่รอบสอง รอบแรกก็เข็นซะเหนื่อยละมันไม่มีมิติ มันเล่าไปเรื่อย จนเกือบจบ แต่ถ้าไม่มีคำนำอาจจะดีกว่านี้มั้งนะ

Read 香蜜沉沉烬如霜

香蜜沉沉烬如霜 Free download ↠ PDF, DOC, TXT, eBook or Kindle ePUB free ✓ ☄ 香蜜沉沉烬如霜 PDF / Epub ✓ Author 电线 (Dian Xian) – Johns-cycling-diary.co.uk เขาคือพญาวิหคเพลิงผู้หยิ่งยโสเขาไม่เ??ว่า ‘หากเจ้าบอกว่ารักข้า ข้าจะฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้ พูดครั้งหนึ่งลงดาบครั้งหนึ่ง’เพราะเขารู้ดีว่า หากนางพูดออกมาจริงๆ เขาคงไม่อาจตัดใจปล่อยนางไปได?. The narrator's voice was very unpleasant and dull Sometimes I will get bored listening to her voice I believe this was why I didn't enjoy listening to it as much as I though I would I uite like the plot It started out innocently and then you can see the character development of Jinmi as she learns what it feels to love someone A memorable scene is when Runyu Xufeng Jinmi was drinking in the Demon Clan and both Runyu and Xufeng got drunk Runyi was laughing then fell asleep while Xufeng stop moving like he a stone when he got drunk This was so funny Another scene is when Xufeng's mother was fighting Jinmi and trying to kill her and Xufeng came to stop it; he even attacked his mother to protect Jinmi This was the part where I believe Xufeng finally understood his romantic feelings for Jinmi On a side note the drama followed pretty closely with the novel Except I feel like Runyu was not as sincere as he was in the drama Another thing is that the novel focus mainly on Xufeng and Jinmi which I like The drama had too many unnecessarily scenes with Runyu and Suihe Overall this was a cute read Especially the last couple of episodes was very sweet 35 stars☆ I listened to the audiobook ☆Audiobook